บาคาร่า
sagame
pussy888
Slotxo
Slotxo
Joker123
epicwin
บาคาร่า
บาคาร่า
sagame
บาคาร่า
918kiss
รับทำ SEO ติดต่อโฆษณา Banner ทาง Line >> คลิกที่นี่ <<

ผู้เขียน หัวข้อ: ร้านเครื่องมือ อุปกรณ์สำรวจ กล้องสำรวจมือสอง กล้องtotal station งานตรวจสอบเส้นชั  (อ่าน 182 ครั้ง)

รับลง Banner สายเทา @SEONo1

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 35020
    • ดูรายละเอียด
ร้านเครื่องไม้เครื่องมือ อุปกรณ์สำรวจ กล้องสำรวจใหม่ กล้องระดับ  งานตรวจสอบเส้นชั้นความสูง รังวัดที่ดิน พร้อมส่งทั่วไทย กล้องสำรวจมือสอง [pr] ราคาถูก ทุกชนิด, จัดส่งพัสดุสินค้า นอกจากนี้ยังเปิดให้บริการซ่อม-สอบเทียบกล้องวัดมุม
การสำรวจเพื่อการก่อสร้างอาคาร สามารถที่จะแบ่งได้ 2 ขั้นตอนด้วยกัน เป็น
1. การสำรวจเพื่อการออกแบบ เพื่อข้างดีไซน์นำไปออกแบบ ซึ่งข้อมูลที่อยากรู้ มีดังนี้
1.1) ขอบเขตของพื้นที่และก็ระดับความสูงของพื้นที่
1.2) ถนน ขอบถนนแล้วก็ผิวจราจรเป็นการตรวจสภาพทางเข้าออกโครงการ ส่งผลเมื่อจำเป็นต้องนำวัสดุอุปกรณ์เข้าโครงงานหากเข้าออกไม่สะดวกอาจก่อให้เกิดปัญหาอื่นๆตามมา
1.3) สิ่งสาธารณูปโภค ได้แก่ ท่อประปา , สายไฟฟ้า , ท่อสำหรับระบายน้ำทิ้ง , เพื่อสำหรับใช้งานในระหว่างการก่อสร้าง
1.4) อาคารที่อยู่ใกล้กับสถานที่จะก่อสร้างเพื่อใช้เป็นจุดอ้างอิงแนวและระดับสำหรับเพื่อการก่อสร้าง
1.5) ภาวะการรับน้ำหนักของพื้นดิน หรือ รูปแบบของผิวดินหลังจากวางแบบตึกเป็นที่เป็นระเบียบแล้ว ก็เลยก่อให้เกิด การสำรวจในแบบที่ 2
2. การสำรวจเพื่อการก่อสร้าง การสำรวจขั้นนี้ถ้าหากเป็นการสร้างอาคารขนาดใหญ่ จะต้องตรวจสอบ ดังนี้
2.1) ตรวจสอบภาวะของตึกที่อยู่ใกล้ ยกตัวอย่างเช่น ลักษณะ ของโครงสร้าง ซึ่งบางครั้งก็อาจจะได้รับผลร้ายในเวลาที่กระทำก่อสร้าง ยกตัวอย่างเช่น การตอกเข็ม ซึ่งจะก่อให้กำเนิดคลื่นของความสะเทือน ทำให้สิ่งปลูกสร้างรอบกายมีการยุบและพังทลายได้
2.2) ค่าระดับของอาคารบ้านเรือนที่มีอยู่แล้วนั้น รวมทั้งสิ่งสาธารณูปโภค และก็ลักษณะของผิวจราจร
2.3) การกำหนดระยะและก็หมุด ควบคุม ต่างๆยกตัวอย่างเช่น Base lines , Offset และหมุด BM โดยอ้างอิงจากแบบก่อสร้างที่ได้ทำการดีไซน์
2.4) ภายหลังจากทำการระบุระยะและหมุด ควบคุมต่างๆเป็นที่เรียบร้อย จึงเริ่มดำเนินการก่อสร้างตึกต่อไป
กล้องระดับ CST/Berger SAL-24





กล้องระดับอัตโนมัติ AUTO LEVEL


CST/Berger SAL-24




ระบบกล้องเล็ง


ระบบเห็นภาพตั้งตรงตามธรรมชาติ




กำลังขยายของเลนส์


24 เท่า




ขนาดความกว้างของภาพ


100 เมตร 2.6 เมตร1 องศา 20 ลิปดา




ระยะมองเห็นภาพใกล้สุดไม่เกิน


0.4 เมตร




ค่าตัวคูณคงที่


100




ระบบอัตโนมัติ ( Compensator )


+/- 15 ลิปดา




ความละเอียดในการทำระดับในระยะ 1 กม.


+/- 3 มม.




ระดับน้ำฟองกลมมีความไว


8 ลิปดา ต่อ 2 มิลลิเมตร




มีจานองศาอ่านมุมราบ 360 องศา


มีขีดกำกับทุกๆ 1 องศา




มีโครงสร้างกันน้ำ(Water Proof)


-




อ่านค่ามุมโดยตรง


1 องศา




ระยะการตรวจเช็ค


ทุก 6เดือน




การรับประกัน


1 ปี




พร้อมบริการพิเศษจากทางร้าน
 
นิยามการสำรวจ
การสำรวจ เป็นศาสตร์ของใส่ความชมรม อยู่บนดิน แล้วก็ใต้ดิน โดยวิธีวัดทางตรงและทางอ้อม การประเมินแนวทาง การหาค่าระดับซึ่งก็จะ เป็นการรังวัดมุม และการรังวัดระยะเบื้องต้น ของการสำรวจ ด้วยเหตุดังกล่าวการที่จะเรียนรู้วิชาสำรวจจะต้อง มีความสามารถทาง เลขคณิตรวมทั้ง ฟิสิกส์อย่างดีเยี่ยม

  • นอกจากนี้ ยังสามารถสัมพันธ์เข้ากับข้อมูลประเภทอื่นๆที่ไม่มีตำแหน่ง (Non-Spatial Data) เพื่อใช้ประโยชน์ในการบริหารจัดการข้อมูล โดยระบบนี้ เรียกว่า ระบบภูมิสารสนเทศ (Geographic Information Systems [GIS]) ดังนั้น ศาสตร์ด้านการสำรวจรังวัด จึงมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Geomatics
ประเภทของการการสำรวจ
1.การสำรวจบทบังคับแผ่นที่  เป็นการสำรวจทางราบ แล้วก็ทางดิ่งแล้วก็การสมมุติเป็นการสำรวจทิศทางต่างๆ
 2.การสำรวจกรรมสิทธ์ที่ดิน
 3.การสำรวจตำแหน่งที่ตั้ง เป็นการตรวจเพื่อหา ลักษณะ ผิวพบพวกเราจะได้แผนที่ภูมิศาสตร์
ประวัติของการสำรวจอย่างย่อๆ
 - ยุคโบราน (Ancient Times) ประวัติศาสตร์การสำรวจในสมัยเริ่มแรกได้ก้าวหน้าขึ้นพร้อมกันมากับวิชาคณิตศาสตร์ ในความเป็นจริงแล้ววิชาคณิตศาสตร์ ได้เจริญรุ่งเรืองขึ้นเพราะว่าการใช้การคำนวณในงานธุรกิจการค้า ซึ่งติดต่อซื่อขายกันในสมัยโบราณ ยกตัวอย่างเช่นการกำหนดเขตที่ดิน แล้วก็การประเมินที่ดินเพื่อทราบเนื้อที่ ความเกี่ยวเนื่องระหว่างเลขคณิตรวมทั้งการสำรวจนั้นได้ปรากฏอยู่ในคณิตสาขาที่ดั้งเดิมที่สุด คือ เรขาคณิต (Geometry) ซึ่งมาจากภาษากรีก มีความหมายว่า การวัดที่ดิน (Earth Measurement)
 - สมัยอียิปต์ (Egyptians) เป็นชาติที่เจริญก้าวหน้ามานานแล้ว ในยุคนั้นอียิปต์ปกครองโดยมีฟาโรห์เป็นประมุข ถือว่าที่ดินทั้งสิ้นเป็นของฟาโรห์ (Faroh) แต่ว่าได้แบ่งที่ดินเหล่านั้นให้แก่เจ้าขุนมูลนาย ขุนนางก็ได้แบ่งต่อๆลงไปจนถึงพลเมือง โดยขุนนางเก็บภาษีจากประชาชนตามปริมาณพื้นที่ดินที่ยึดถือ การนี้ช่างตรวจสอบ(surveyor) เป็นผู้วัดที่ดินรวมทั้งเนื้อที่การประมาณชาวอียิปต์ได้ใช้เชือกวัด เรียกว่า Harpedonaptae or Rope Stretchers เชือกนี้ยาวเป็นมาตรฐาน มีอยู่ 12 ช่วง แต่ละตอนทำเป็มปุ่มไว้ แล้วแบ่ง 12 ช่วงออกเป็น 3 ช่วงใหญ่ ให้ช่วงแรกยาว 3 ปุ่ม ตอนที่สองยาว 4 ปุ่ม ช่วงลำดับที่สามยาว 5 ปุ่ม เมื่อจะวัดเป็นสามเหลี่ยมมุมฉาก วัดแล้วก็ใช้ไม้ปักไว้เป็นเขต ต่อมาได้ใช้แก่นไม้ปักด้วยเหตุว่ามั่นคงแข็งแรงดี น้ำในแม่น้ำไนล์ท่วมไม่พัดพาไป ไม่ต้องรังวัดกันเสมอๆ
นอกจากนี้ ชาวอียิปต์ยังสามารถคำนวนพื้นที่วงกลมได้อีกด้วยหมายถึงกำหนดให้ด้านยาวของเส้นผ่าศูนย์กลาง 9 ส่วน แล้วลบออกเสีย 1 ส่วน ที่เหลือ 8 ส่วนยกกำลังสอง ก็จะเป็นหลักที่ของวงกลม แล้วก็ระบุ เท่ากับ 3 1605 ซึ่งใช้ถูกต้องกว่าพวก Babylonians และก็ Hebrews ซึ่งใช้ค่าของ = 3.0000 สำหรับในการสร้าง Pyramids ก็ได้วางตำแหน่งให้ชี้ตรงไปทางทิศเหนือ ซึ่งหมายความว่าการคำนวนด้านททางในทางดาราศาสตร์ในยุคนั้นเริ่มใช้กันแล้ว Pyramids และอาคารบ้านเรือนอย่างอื่นๆมักจะสร้างขึ้นเป็นสามเหลี่ยมมุมฉาก โดยอาศัยอัตส่วน 3:4:5
 - สมัยชาติบาบิโลน (Babylonians) ได้ให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวิชาดาราศาสตร์ (Astronomy) ไว้มากมาย ได้ให้ชื่อกรุ๊ปดาวต่างๆไว้หลายชื่อ ซึ่งมีประโยชน์สำหรับในการตรวจสอบ เขามีความเข้าใจทางด้านนี้มากกว่าทางคณิต หรือการสำรวจ อย่างไรก็ดีในยุคเริ่มแรกนั้น เขารู้ดีว่ารัศมีของวงกลมนั้นสามารถที่ปรับใช้กับเส้นรอบวงได้ โดยกำหนดให้ ชยา (Chord) มีทั้งหมด 6 ชยา แล้วก็แต่ละชยาแบ่งเป็น60 เขาแบ่ง 24 ชั่วโมง ออกเป็น 24ชั่วโมง 1 ชั่วโมงแบ่งได้ 60 นาที 1 นาทีแบ่งได้เป็น 60 วินาที ยิ่งไปกว่านั้นยังรู้จักแบ่ง 1 วงกลมออกเป็น 360 แต่ละองศาเทียบเป็นวันที่ล่วงไป 24 ชั่วโมงตามการเดินของดวงอาทิตย์ ตามเส้นทางเดินระหว่างหมู่ดาว พวกเราทราบดีว่าวัฏจักรของวันใน 1 ปีมากยิ่งกว่า 360 วัน
 - ยุคชาติกรีก (Greek) ได้ก่อกำเนิดวิชาการต่างๆขึ้นหลายประเภท ทั้งยังในทางทางวิทยาศาสตร์ เลขคณิต การแพทย์ ภูมิศาสตร์ อื่นๆอีกมากมาย ในด้านการสำรวจนั้นวิชาความรู้ทางเรขาคณิต และก็การประเมินหาเนื้อที่ (Measuration) ของชาวอียิปต์ เมื่อตกมาถึงมือของนักปรัชญาชาวภาษากรีก ก็ได้มีการคิดค้นปรับแก้ให้ ปราชญ์ Plato ได้กล่าวว่า “ใดๆก็ตามที่เราชาวกรีกได้รับมา เราก็จะเปลี่ยนแปลงจนกระทั่งสมบูรณ์แบบ” ดังต่อไปนี้ หลักการ 3:4:5 ที่อียิปต์ใช้เชือกวัดที่ดิน Pythagoras ก็ได้สร้างงเป็นแนวความคิดที่มีชื่อเสียงขึ้นเรียกว่า “Pythagoras’ Theorem” แต่ว่าบอกชื่อของ Euclid และก็ Archimedes ความเจริญอย่างหนึ่งที่ชาวกรีกได้ให้ไว้ ก็คือ ชาวภาษากรีกได้ให้ความรู้ทางเลขคณิตไว้มาก แต่ว่าให้ความรู้ใดการสำรวจไว้น้อย มีเครืองมือประเภทหนึ่งซึ่งชาวกรีกชื่อ Heron พักพิงอยู่ในเมือง Alexandria ระหว่าง 150-180 B.C. ได้ประดิษขึ้นชื่อว่า “Dioptra” แล้วก็มีหนังสือชื่อ“Dioptra” ประกอบกิจการใช้อุปกรณ์จำพวกนี้ หนังสือเล่มนี้มีหลายเรื่องซึ่งน่าดึงดูด ที่มีชื่อมากก็คือ วิธีการคำนวนเนื้อที่ ของสามเหลี่ยมอะไรก็แล้วแต่เมื่อรู้ด้าน3 ด้าน
กล้องวัดมุมแล้วก็การใช้แรงงาน(Introduction to Theodolite and usages)
งานตรวจสอบภาคสนาม จำนวนที่ต้องการรังวัดเก็บเนื้อหา ประกอบดว้ยจำนวนต่างๆดังเช่นว่า ระยะลาด(Slope Distance, OC) ระยะราบ (Horizontal Distance, OB) ระยะดิ่ง (Vertical Distance, CB) มุมราบ(Horizontal Angle) มุมตรง (Vertical Angle) มุมดิ่งบน (Zenith Angle) โดย ค่าที่วัดไดใ้นสนามสามารถน ามาค านวที่ปริมาณอื่นได้โดยอาศัยความเกี่ยวพันทางเรขาคณิต ซึ่งในงานตรวจสอบรังวัดมุม ก็เป็นจำนวนหน่ึงที่มีความหมาย ในเชิงเรขาคณิต การประมาณมุมจึงเป็นกระบวนการที่ส าคัญ สำหรับการตรวจสอบภาคสนาม และก็เครื่องมือที่ใชใ้นการวัดมุมไม่ว่า จะเป็นมุมราบหรือมุมดิ่ง เรียกว่า “กล้องวัดมุม”(Theodolite)
ภารกิจหลักของการสำรวจ
Reconnaissance and planning (การสำรวจและการวางแผน)
 การแบ่งงานเป็นขั้นตอน โดยมีการกำหนดเวลาและค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติงานซึ่งการวางแผนจะเป็นขั้นตอนที่ครอบคลุม ในทุกขั้นตอนดังเช่น การออกแบบและการก่อสร้าง ในการวางแผนจะต้องมีการกำหนดระยะเวลา แบ่งงานของแต่ละบุคคลให้เหมาะสม หรืออาจสามารถเคลื่อนย้ายบุคคลจากหน้าที่อื่นมาช่วยงานในขั้นที่ยังไม่เสร็จก็ได้ แต่ต้องการบริหารงานที่ดีและถูกต้องตามขั้นตอน เนื่องจากจะเป็นการประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายอีกด้วย

อาชีพและสาขาวิชาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคลิกภาพ
วิศวกรรมตรวจ (Survey Engineering) เป็นศาสตร์รวมทั้งเทคโนโลยีที่เกี่ยวพันกับการสำรวจ บันทึก ประเมินผล พินิจพิจารณา เผยแพร่ และ การใช้งานสารสนเทศที่เกี่ยวกับตำแหน่ง ไม่ว่าจะเป็นเชิงภูมิศาสตร์ (การปรากฏที่เกิดขึ้นบนผิวโลก) อวกาศ และใต้ดิน วิศวกรรมสำรวจมีสาขาวิชาต่างๆที่เกี่ยวข้องกันเพื่อให้รู้เรื่องลักษณะแบบจำลองของปรากฏการณ์ทางกายภาพต่างๆแล้วก็สามารถถ่ายทอดสิ่งเหล่านั้นลงมาเป็นข้อมูลรูปแผนที่ที่มีความถูกต้องและ น่าไว้ใจทางตำแหน่งแล้วก็ข้อมูลอธิบายการปรากฏนั้นๆสาขาวิชาวิศวกรรมตรวจประกอบด้วย
- การรังวัดระยะใกล้ด้วยภาพถ่ายทางอากาศ(Close range photogrametry)
- การรังวัด
- ระบบภูเขามิสารสนเทศ (Geo-Information System, GIS)
- การรังวัดด้วยสัญญาณระบบดาวเทียมนำคราว (Global Navigation Satellite System, GNSS)
- การรังวัดและก็ทำแผนที่จากภาพถ่ายทางอากาศ (Digital Photogrammetry)
- การรังวัดและทำแผนที่จากภาพดาวเทียมรายละเอียดสูง (High Resolution Satellite Imagery)
- การสำรวจระยะไกล (Remote Sensing)
- การทำแผนที่ด้วยคอมพิวเตอร์ (Computer-assisted Mapping)
- งานรังวัดขั้นสูง (Geodetic Surveying) รวมทั้งงานรังวัดความละเอียดสูง (High Precision Measurement)
 
ช่างเทคนิคการสำรวจ (Survey Technician)
โอกาสความก้าวหน้าในอาชีพ
 
ผู้ประกอบอาชีพช่างเทคนิคการสำรวจที่มีประสบการณ์และความชำนาญ จะได้รับการเลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่งขึ้นไปจนถึงระดับหัวหน้างาน และสำหรับผู้ที่สนใจที่จะศึกษาต่อเพื่อปรับวิทยฐานะให้สูงขึ้น เพื่อประโยชน์ในการประกอบอาชีพต่อไปมีแนวทางในการศึกษาต่อ ดังนี้
ผู้สำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ศึกษาต่อระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) หลักสูตร 2 ปี ประเภทวิชาช่างอุตสาหกรรม หรือสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องในสถานศึกษาสังกัดกรมอาชีวศึกษา หรือสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล หรือวิทยาลัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือหรือ ระดับปริญญาตรี หลักสูตร 4 ปี คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิชาวิศวกรรมโยธา สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล หรือสถานศึกษาสังกัดทบวงมหาวิทยาลัย เช่น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เป็นต้น
ผู้สำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ศึกษาต่อระดับปริญญาตรีต่อเนื่อง 3-3 ปีครึ่ง สาขาวิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ หรือสถานศึกษาสังกัดสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล หรือระดับปริญญาตรีต่อเนื่อง 2-3 ปี สาขาวิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ ในสถานศึกษาสังกัดสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล
อยากเป็นนักธรณีวิทยา?
ภาวะแนวทางการทำงานของนักธรณีวิทยาล้วนแต่ต่างกันออกไปตามหน้าที่ข้างต้น มีอีกทั้งการทำงานในห้องทำงาน และการออกตรวจภาคสนาม ซึ่งบางทีก็อาจจะจำเป็นต้องออกตรวจสอบภาคสนามนานเป็นเดือนๆ ในพื้นที่ห่างไกล อีกทั้งในและต่างถิ่น ทั้งบนบกแล้วก็กึ่งกลางทะเล ถ้าเกิดเป็นงานในเหมืองแร่บางครั้งอาจจะจำเป็นต้องปฏิบัติงานใต้ดินอีกด้วย ซึ่งแต่ละสถานที่มีความเสี่ยงอันตรายสูง แล้วก็อาจจะก่อให้เกิดความเครียดได้ ด้วยเหตุนั้นคนที่พอใจในอาชีพนักธรณีวิทยาที่ดีควรมีจิตใจมั่นคงไม่ท้อถอย ถูกใจท่องเที่ยว เผชิญภัย ขยันขันแข็ง ซื่อตรง มีวินัย มีความคิดเริ่ม มีความจำดี ช่างสังเกตสังกา สุขภาพแข็งแรง ทรหดอดทน เรียบง่าย สามารถติดต่อกับคนอื่นๆได้ดี
ลักษณะการเรียนธรณีวิทยาเป็นยังไง?
การศึกษาเล่าเรียนการสอนเป็นลักษณะการบรรยายในห้องเรียน รวมทั้งห้องปฏิบัติการ ร่วมกับการออกภาคสนามในสถานที่ต่างๆในระหว่างภาคการศึกษา แล้วก็ช่วงปิดเทอม เนื้อหามีการท่องจำค่อนข้างเยอะพอควร โดยเฉพาะการเรียนเกี่ยวกับแร่ หิน และก็ซากดึกดำบรรพ์ ซึ่งเป็นวิชาเบื้องต้น มีการคำนวณบ้างสุดแต่รายวิชา ธรณีวิทยาเป็นวิชาทักษะที่จะต้องได้รับการฝึกซ้อมอย่างสม่ำเสมอ อาจจะต้องทำงานในห้องทดลองนอกเวลาเรียนเพิ่มเติมอีก มีการให้คะแนนการทำงานเป็นกรุ๊ปรวมทั้งคนเดียว ในลักษณะของรายงาน การบ้าน การทำแผนที่ รายงานการสำรวจ การเขียนแบบ วาดภาพระบายสี การนำเสนอหน้าชั้นเรียน งานค้นคว้าค้นคว้าอิสระ การสอบที่มีทั้งยังการสอบข้อเขียนบรรยาย สอบปากเปล่า และก็การสอบแบบจับเวลา
การเรียนรู้ต่อธรณีวิทยาในระดับที่ถือว่าสูง?
บัณฑิตที่จบปริญญาตรี จากสาขาวิชาธรณีวิทยา จุฬาลงแขนณ์มหาวิทยาลัย สามารถศึกษาต่อปริญญาโท และก็ปริญญาเอก ได้ใน รวมทั้งต่างถิ่น โดยสามารถเรียนรู้เฉพาะด้าน หรือร่วมกับสาขาอื่น ดังเช่นว่า วิทยาแร่ หินผาวิทยา ที่ดินเคมี ที่ดินฟิสิกส์ ธรณีวิทยาเหมือง อุทกธรณีวิทยา ธรณีวิทยาน้ำมันปิโตรเลียม วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม วิศวกรรมเหมืองแร่ ปฐวีเคล็ดลับ วิศวกรรมปฐวี
เรียนธรณีวิทยาแล้วได้ทำงานบริษัทน้ำมัน?
คนไม่ใช่น้อยตั้งความหวังไว้ว่า ถ้าเป็นนักธรณีวิทยาแล้วจะได้ทำงานในบริษัทสำรวจน้ำมันและก็ปิโตรเลียม ที่ซึ่งให้ค่าจ้างหรือค่าจ้างรายเดือนออกจะสูง แต่ที่จริงแล้วตำแหน่งงานที่เปิดรับในสายนี้มีปริมาณจำกัด ซึ่งเป็นสัดส่วนที่น้อยเมื่อเทียบกับปริมาณผู้สำเร็จการศึกษาธรณีวิทยาทั่วทั้งประเทศในแต่ละปี ดังนั้นจึงมิได้มีความหมายว่าทุกคนจะได้ดำเนินการในสายนี้
แนวโน้มตลาดงานธรณีวิทยาในอนาคต
งานในประเทศไทยมีจำกัด นักธรณีวิทยาไทยจะมีการปฏิบัติงานในต่างแดนเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะด้านการสำรวจ การสมัครงานชิงชัยกับนักธรณีวิทยาฝรั่ง การเล่าเรียนในชั้นสูงกว่าปริญญาตรีจะมีความจำเป็น ปัจจุบันเมืองไทยอยากนักธรณีวิทยาด้านการค้นคว้าวิจัยแล้วก็การสอนมากไม่น้อยเลยทีเดียว
 
วิศวกรรมโครงสร้าง (Structural Engineering)
ศึกษาเกี่ยวกับการออกแบบแล้วก็คำนวณ สิ่งก่อสร้าง การเล่าเรียนในสาขานี้จะเน้นย้ำในทางด้านงานคำนวณพินิจพิจารณา ออกแบบส่วนประกอบของอาคารบ้านเรือน และความต้านทานของวัสดุ เพื่อหาวัสดุและขนาดของอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับงานนั้นๆงานที่เกี่ยวโยงอาทิเช่น การก่อสร้างตึก เขื่อนหรือสะพาน ฯลฯ
วิศวกรรมก่อสร้างแล้วก็การจัดการ (Construction Engineering and Management)
ศึกษาเล่าเรียนเกี่ยวกับการก่อสร้างอาคารเป็นหลัก โดยเน้นเล่าเรียนทางด้านระบบการผลิตอาคาร การวางแผนงาน การวัดราคาค่าก่อสร้าง นอกจากนี้ ในบางสถาบันจะมีการสอนเกี่ยวกับระบบไฟฟ้า ระบบปรับอากาศ รวมทั้งระบบสุขาภิบาลภายในตึก
วิศวกรรมขนส่ง (Transportation Engineering)
ศึกษาเล่าเรียนแยกเป็น 2 สาขาหลักคือระบบและสิ่งของ โดยงานทางด้านระบบจะเน้นย้ำทางด้านการวางผัง การจราจร และการจัดการทางด้านงานจราจร โดยทำการเรียนถึงผลดีและก็ค่าใช้จ่ายสำหรับเพื่อการก่อสร้างระบบถนน สำหรับงานทางด้านสิ่งของจะเน้นย้ำในการค้นคว้าสิ่งของสำหรับในการตัดถนน อย่างเช่น คอนกรีตและยางมะตอย เป็นหลัก โดยเรียนรู้ถึงขั้นตอนการสำหรับการสร้างถนนและปรับปรุงแก้ไขถนนหนทาง
วิศวกรรมเคล็ดวิธีธาตรี (Geotechnical engineering)
เรียนรู้เกี่ยวกับคุณสมบัติทางด้านฟิสิกส์รวมทั้งวิศวกรรมของดิน เพื่อการวิเคราะห์ ออกแบบ และจัดการกับปัญหาด้านวิศวกรรมโยธา
วิศวกรรมปฐวี (Geological engineering)
เล่าเรียนเกี่ยวกับคุณสมบัติทางด้านฟิสิกส์ วิศวกรรมของหิน รวมทั้งธรณีวิทยาปรับใช้ เพื่อการวิเคราะห์ ออกแบบ และก็ขจัดปัญหาด้านวิศวกรรมโยธาและก็บ่อแร่
วิศวกรรมสภาพแวดล้อม (Environmental Engineering)
เรียนรู้เกี่ยวกับการจัดการระบบสภาพแวดล้อมในน้ำรวมทั้งในอากาศ การปรับแต่งประสิทธิภาพของของเสีย
วิศวกรรมทรัพยากรน้ำ (Water Resource engineering)
เรียนรู้เกี่ยวกับงานทางด้านแหล่งน้ำ ปริมาณน้ำฝน และก็ระบบการระบายน้ำ และก็การก่อสร้างคู ลำคลอง และแม่น้ำ
วิศวกรรมตรวจสอบ (Survey Engineering)
เรียนเกี่ยวกับกระบวนการทำรังวัดและก็งานทางด้านสำรวจ สำหรับใช้ในทางด้านแผนที่ รวมทั้งการศึกษาทางด้าน จีพีเอส (GPS) แล้วก็ ภูมิสารสนเทศ (Geoinformatics หรือ Geographic information system;GIS)
กล้องระดับ BOSCH GOL32D





กล้องระดับอัตโนมัติ AUTO LEVEL


BOSCH GOL32D




ระบบกล้องเล็ง


ระบบเห็นภาพตั้งตรงตามธรรมชาติ




กำลังขยายของเลนส์


32 เท่า




ขนาดความกว้างของภาพ


100 เมตร 2.6 เมตร1 องศา 20 ลิปดา




ระยะมองเห็นภาพใกล้สุดไม่เกิน


0.3 เมตร




ค่าตัวคูณคงที่


100




ระบบอัตโนมัติ ( Compensator )


+/- 15 ลิปดา




ความละเอียดในการทำระดับในระยะ 1 กม.


+/- 3 มม.




ระดับน้ำฟองกลมมีความไว


8 ลิปดา ต่อ 2 มิลลิเมตร




มีจานองศาอ่านมุมราบ 360 องศา


มีขีดกำกับทุกๆ 1 องศา




มีโครงสร้างกันน้ำ(Water Proof)


-




อ่านค่ามุมโดยตรง


1 องศา




ระยะการตรวจเช็ค


ทุก 6เดือน




การรับประกัน


1 ปี




 
เครื่องมือที่มีประกอบด้วย :
กล่องใส่กล้องกันกระเทือน
-ขาตั้งกล้องที่มีไว้สำรวจ-ขาตั้งอลูมินัม
-เครื่องไม้เครื่องมือมาตรฐานสำหรับกล้องถ่ายรูปเซอร์เวย์
บริการให้พิเศษจากทางร้านค้า :
-ค้ำประกันฟรีค่าเหนื่อยซ่อม 1ปี
-คาลิเบสกล้องฟรี 1ปี หรือ 2ครั้ง
-ทางร้านค้ารับประกันประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์
- ถ้าหากผลิตภัณฑ์ไม่ได้ประสิทธิภาพยินดีคืนเงินข้างใน 90 วัน

ที่มา : http://www.p1instrument.com/ [pr]

Tags : กล้อง Total Station, ขายกล้องวัดมุม,ขายกล้องระดับ